เปิดตัว Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+

เมื่อช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 29 มีนาคม ที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย โดยงานเปิดตัวในครั้งนี้จัดขึ้นที่มหานครนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นมาพร้อมกับคุณสมบัติตัวเครื่องที่เร็วแรงมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม และฟีเจอร์สุดพิเศษที่พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้ทั่วโลก

พลิกโฉมดีไซน์ใหม่กับหน้าจอแบบไร้ขอบ (Bezel-Less) และไร้ปุ่มกด ในขนาดกะทัดรัด

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปใน Galaxy S8 และเห็นได้ชัดเจนที่สุดคงจะเป็นดีไซน์หน้าจอแบบใหม่กับ จอไร้ขอบ ที่เพิ่มพื้นที่หน้าจอให้มีส่วนการใช้งานมากยิ่งขึ้นแบบเต็มพื้นที่ด้านหน้าทั้งหมด ซึ่งขนาดของพื้นที่หน้าจอของรุ่น S8 จะอยู่ที่ 5.8 นิ้ว ส่วนรุ่น S8+ จะอยู่ที่ 6.2 นิ้ว โดยมีกระจกสุดแกร่งอย่าง Gorilla Glass 5 ช่วยปกป้องตัวเครื่องทั้งด้านหน้า และด้านหลัง พร้อมทั้งใช้ดีไซน์แบบขอบโค้งทั้งสองด้าน เพื่อให้รับการการจับถือในมือผู้ใช้ด้วย นอกจากนี้ Samsung ยังถอดปุ่มกดทุกปุ่มออกจากพื้นที่ของหน้าจอเพื่อให้ใช้งานได้อย่างสะดวก โดยย้ายเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือไปไว้ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง รวมไปถึงรูปลักษณ์ของตัวเครื่องที่ผอมเพรียวลง กับดีไซน์หน้าจอไร้ขอบที่บางเฉียบมากยิ่งขึ้น

หน้าจอ Infinity Display ที่ใหญ่ที่สุดในตระกูล Galaxy S Series

Samsung Galaxy S8 มาพร้อมกับหน้าจอไร้ขอบที่มีสัดส่วนหน้าจอ 18.5:9 ซึ่งถือว่าเป็นขนาดที่ใหญ่ และกว้างเกือบสุดขอบของตัวเครื่องเลยทีเดียว โดยแม้ว่าขนาดหน้าจอของ Galaxy S8 และ S8+ จะใหญ่ขึ้น แต่ตัวเครื่องยังคงมีขนาดกะทัดรัดใกล้เคียงกับรุ่นก่อนหน้า โดยหน้าจอของ Galaxy S8 มีสัดส่วนของหน้าจอคิดเป็นพื้นที่ถึง 83.3% ส่วน Galaxy S8+ มีสัดส่วนหน้าจอคิดเป็นพื้นที่ 83.9%

ฟีเจอร์ Multi-Window

ฟีเจอร์เด่นอีกประการหนึ่งของ Samsung Galaxy S8 คือฟีเจอร์ Multi-Window ที่สามารถแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วนได้ และใช้งานแอปพลิเคชันได้พร้อมกัน 2 โปรแกรมในหน้าจอ ช่วยให้ผู้ใช้สามารถรับชมคลิปวิดีโอ หรือภาพยนตร์ พร้อมแชทกับเพื่อนได้โดยไม่ขาดตอน

ปลอดภัยขึ้นอีกขั้นกับเซ็นเซอร์สแกนม่านตา (Iris Scanner)

หลังจากที่เปิดตัวมาพร้อมกับ Samsung Galaxy Note7 แต่เกิดเหตุการณ์จนต้องระงับการขายไปเสียก่อน ก็ทำให้ Samsung ตัดสินใจพัฒนาเซ็นเซอร์สแกนม่านตามาให้บน Samsung Galaxy S8 โดยสมาร์ทโฟนทั้งสองรุ่นจะได้ใช้งานเซ็นเซอร์สแกนม่านตา พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยที่พัฒนาเพิ่มขึ้นอีกขั้น ด้วยการรวมรหัสผ่านแบบ Biometric ทั้งม่านตา, การจดจำใบหน้า และลายนิ้วมือ เข้าด้วยกัน เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนสำหรับการใช้งานที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง เช่น ธุรกรรมการเงิน เป็นต้น โดยแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานร่วมกับการสแกนม่านตาได้ในขณะนี้คือ Secure Folder, Samsung Pass และ Samsung Pay

Bixby AI Assistant ผู้ช่วยอัจฉริยะคนใหม่
เป็นอีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ฮือฮามากทีเดียวสำหรับ Bixby ผู้ช่วยอัจฉริยะจากการพัฒนาของ Samsung ที่มีให้ใช้งานบน Samsung Galaxy S8 เป็นรุ่นแรก โดยการทำงานของ Bixby จะคล้ายกับ AI Assistant ปกติ แต่จะมีความพิเศษที่เหนือกว่าด้วยฟังก์ชันทั้งหมด 4 แบบ ดังต่อไปนี้

Bixby (Vision) – วิเคราะห์เนื้อหาด้วยภาพ เพื่อหาข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้อยากทราบ ไม่ว่าจะเป็นการแปลตัวหนังสือ หรือค้นหาข้อมูลสินค้า และสถานที่ เช่น ถ้าหากเจอภาพที่ชอบแล้วอยากรู้ว่าสถานที่ หรือวัตุในภาพคืออะไร Bixby ก็จะพาไปอ่านข้อมูลที่ Pinterest, อยากซื้อของก็จะพาไปที่ Amazon หรืออยากทราบสถานที่ก็จะพาไปที่ Foursquare เป็นต้น โดยฟีเจอร์จะฝังอยู่ในกล้องทันที หากผู้ใช้ยก Galaxy S8 ขึ้นถ่ายภาพ ก็จะมีตัวเลือกขึ้นมาว่าจะให้ทำอะไรต่อ เช่น ค้นหาภาพที่คล้ายกัน, แปลภาษา หรือค้นหาสิ่งของ
Bixby (Home) – เป็น Dashboard ที่รวมข้อมูลทุกอย่างไว้ในที่เดียว เช่น ข่าว หรือแอปพลิเคชันที่ใช้งานบ่อย โดยวิเคราะห์จากการใช้งานทั่วไปของผู้ใช้ (เปรียบเสมือนหน้าบ้านของเราเอง)
Bixby (Reminder) – ช่วยในการเตือนเรื่องสำคัญต่างๆ ที่บันทึกไว้
Bixby (Voice) – เป็นการตอบสนองการใช้งานด้วยคำสั่งเสียงในรูปแบบต่างๆ

กล้องดิจิทัล 12 ล้านพิกเซล กับเทคโนโลยี AF Dual-Pixel 100%

ยังคงความโดดเด่นในเรื่องของการถ่ายภาพเช่นเคยกับกล้องดิจิทัลความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพดีเยี่ยมกว่าเดิมด้วย เทคโนโลยี 100% AF Dual-Pixel ที่จับภาพได้คมชัด และประมวลความคมชัดของภาพด้วยการรวมภาพถ่าย 3 เข้าด้วยกัน เพื่อให้รายละเอียดทั้งหมดคมชัดมากยิ่งขึ้น หรือรวมภาพ 5 ภาพ กรณีอยู่ในโหมดซูม นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถเข้าสู่โหมดถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็วด้วยการกดปุ่ม Power ติดกัน 2 ครั้ง

ชิปเซ็ต Exynos 8895 กับสถาปัตยกรรมระดับ 10nm เป็นรุ่นแรกของโลก 

Samsung Galaxy S8 มาพร้อมกับความเร็วแรงระดับท็อปด้วยชิปเซ็ตประมวลผล Samsung Exynos 8895 ที่ผลิตด้วยเทคโนโลยี 10nm FinFET โดยมีความแรงของ CPU เพิ่มขึ้นถึง 10% และประมวลผลภาพกราฟิกได้ดีขึ้นกว่า 50% รับรองได้ว่า Samsung Galaxy S8 สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแน่นอน

ฟังเพลงได้เต็มอรรถรส และครบทุกรายละเอียดของเสียงด้วย 32-bit Richer UHQ Audio และหูฟัง AKG
Samsung Galaxy S8 มอบประสบการณ์การฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรสด้วยชิปประมวลผลเสียง 32-bit Richer UHQ Audio ที่สามารถแสดงผลเสียงได้ถึงระดับ 32-bit มากกว่ารุ่นก่อนหน้าที่สามารถทำได้เพียง 24-bit เท่านั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงแบบ Lossless เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ในแพ็กเกจยังแถมหูฟัง AKG แบบ In-Ear มาให้ เพื่อการฟังเพลงที่ไพเราะที่สุดด้วย

อุปกรณ์เสริมสุดล้ำที่ยกระดับ Samsung Galaxy S8 ให้เป็นมากกว่าสมาร์ทโฟน

นอกจากนี้ Samsung ยังมีเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัว Samsung Dex อุปกรณ์ที่จะช่วยแปลงร่างสมาร์ทโฟน ให้กลายเป็นคอมพิวเตอร์ขนาดย่อมๆ ได้ง่ายๆ เพียงแค่วาง Galaxy S8 ลงบน Dock เท่านั้น ซึ่งผู้ใช้งานสามารถทำงานเอกสารต่างๆ ได้เหมือนคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งเลยทีเดียว รวมไปถึง Samsung 360 กล้องถ่ายภาพรอบทิศทางที่สามารถเก็บภาพได้ทั้ง 360 องศา พร้อมฟีเจอร์การ Live ลง Facebook หรือ Youtube ได้ทันที ซึ่ง Samsung 360 สามารถถ่ายได้ทั้งวิดีโอ และภาพนิ่งแบบ 360 องศา ด้วย

ราคาเปิดตัว และวันวางจำหน่ายของ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+

สำหรับ Samsung Galaxy S8 และ Galaxy S8+ จะมีให้เลือกทั้งหมด 5 สีด้วยกัน ประกอบไปด้วย สี Midnight Black, Orchid Gray, Coral Blue, Arctic Silver และ Maple Gold ส่วนวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการนั้น Samsung ประกาศว่าจะวางจำหน่าย Galaxy S8 และ S8+ ในวันที่ 21 เมษายน โดยเปิดราคาวางจำหน่ายเริ่มต้นที่ราว $720 (ดอลลาร์สหรัฐ) หรือประมาณ 24,900 บาทในประเทศสหรัฐอเมริกา (สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ : Samsung Galaxy S8 เปิดราคาแล้ว)และมีความเป็นไปได้ที่ราคาวางจำหน่ายในประเทศไทยอาจมีความใกล้เคียงกัน ซึ่งคงต้องคอยติดตามกันต่อไป คาดว่าจะมีการอัปเดตให้ได้ทราบกันอีกครั้งหนึ่งในเร็วๆ นี้

Source: thaimobilecenter

Credits: Sumsung, trustedreviews

Advertisements

Comments are closed.

Blog at WordPress.com.

Up ↑

%d bloggers like this: